Computer Vision Syndrome (CVS) :

โรคใกล้ตัวของคนทำงานยุคใหม่เพราะจ้องหน้าจอมากเกินไป

โพสต์เมื่อ 01 มกราคม 2564 โดย บูติกเด้อ โปรโมท

#สุขภาพ

#ความเคลียด

Computer Vision Syndrome (CVS) :

โรคใกล้ตัวของคนทำงานยุคใหม่เพราะจ้องหน้าจอมากเกินไป เพราะวิถีชีวิตของคนทำงานยุคปัจจุบันต้องทำงานผ่านเครื่องมือเทคโนโลยีมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอคอมพิวเตอร์ จอสมาร์ทโฟน หรือแท็บเลต และเราก็ใช้เวลากับหน้าจอเหล่านี้เฉลี่ยวันละ 8-12 ชั่วโมงเลยทีเดียว ส่งผลให้เกิดโรคซึ่งเกิดจากพฤติกรรมการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งถือเป็นภัยเงียบจากการทำงานมากเกินไปโดยไม่รู้ตัวอย่าง Computer Vision Syndrome

Computer Vision Syndrome คืออะไร ?

Computer Vision Syndrome คือภาวะอาการสายตาล้าเพราะใช้งานหนักเกินไป แต่ผลข้างเคียงจากภาวะนี้จะหนักหรือน้อยนั้นก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคน เช่น มองตัวอักษรบนหน้าจอไม่เห็น หรือเห็นเป็นลักษณะเบลอๆ มีอาการตาแห้งและปวดศีรษะร่วมด้วย หรือบางคนก็ปวดไหล่และบ่า ซึ่งอาการดังกล่าวนั้นไม่สามารถป้องกันได้ด้วยการสวมแว่นตากรองแสงสีฟ้าหรือการใส่คอนแทคเลนส์ เพราะเกิดจากสาเหตุโดยตรงคือการใช้สายตาจ้องหน้าจอมากเกินไป หรือการนั่งท่าเดิมจดจ้องหน้าจอโดยไม่ลุกไปไหนเป็นเวลานานๆ ซึ่งนี่ถือเป็นพฤติกรรมส่วนใหญ่ของคนทำงานในยุคนี้เลยทีเดียว

ป้องกัน CVS ด้วยกฎ 20-20-20

แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีวิธีป้องกัน ภาวะ CVS นั้นเกิดจากการใช้สายตามากเกินไป วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือการใช้งานให้น้อยลงหรือพยายามหาเวลาพักสายตาเพื่อหลีกเลี่ยงแสงสีฟ้าจากหน้าจอให้มากขึ้น เรียกว่ากฎ 20-20-20 คือการ พักสายตาประมาณ 20 วินาที ทุกๆ 20 นาทีที่ใช้หน้าจอ ด้วยการใช้สายตาจ้องมองอย่างอื่นที่ไกลออกไปสัก 20 ฟุต (หรือประมาณ 6 เมตร) รวมไปถึงการปรับท่าทางในการนั่งทำงาน ตำแหน่งของจอคอมพิวเตอร์กับสายตาของเรา และพฤติกรรมการทำงานของเราด้วยเช่นกัน

ปรับท่านั่งการทำงาน ระดับหน้าจอกับการมองเห็นให้เหมาะสม

ระยะห่างของคอมพิวเตอร์กับสายตาควรอยู่ห่างกันประมาณ 20-28 นิ้ว แป้นพิมพ์ควรวางให้อยู่ระดับต่ำกว่าหน้าจอเสมอ โดยเวลาพิมพ์งานควรให้แขนและมือวางอยู่ในระดับต่ำกว่าจอและขนานไปกับพื้น หากหน้าจออยู่ต่ำกว่าระดับสายตาควรใช้อุปกรณ์เสริมช่วย เช่น Notebook Stand เพื่อปรับระดับให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมกับสายตา

ปรับแสงสว่างจากหน้าจอคอมพิวเตอร์และแสงสว่างจากสถานที่ทำงาน

แสงภายในห้องทำงานไม่ควรสว่างเกินไป เพราะจะก่อให้เกิดแสงสะท้อนที่จอและกระทบต่อการใช้สายตาขณะทำงานได้ หากห้องทำงานสว่างเกินไป อาจใช้แผ่นกันแสงสะท้อนติดหน้าจอคอมพิวเตอร์ จะช่วยถนอมสายตาได้มากขึ้น ปรับความสว่างของหน้าจอและความแตกต่างของสีพื้นจอกับตัวอักษรให้มองเห็นได้คมชัดและสบายตาที่สุด

ปรับพฤติกรรมการใช้สายตาขณะทำงาน

พักสายตาประมาณ 20 วินาที ทุกๆ 20 นาทีที่ใช้หน้าจอ ด้วยการใช้สายตาจ้องมองอย่างอื่นที่ไกลออกไปสัก 20 ฟุต (หรือประมาณ 6 เมตร) ควรพักทุก ๆ 2 ชั่วโมง โดยอาจจะลุกจากโต๊ะทำงานเป็นเวลาอย่างน้อย 15 – 20 นาทีเพื่อผ่อนคลาย เปลี่ยนท่าทางและพักสายตา กระพริบตาให้บ่อยขึ้นหรือหยอดน้ำตาเทียม เพื่อช่วยลดอาการตาแห้งและช่วยให้สบายตามากขึ้น

Computer Vision Syndrome อาจดูเหมือนเป็นโรคที่ไม่รุนแรง แต่ไม่ได้แปลว่าไม่อันตราย เพราะความไม่รุนแรงของมันทำให้หลายคนไม่ใส่ใจและมองข้าม ส่งผลให้ยังคงใช้สายตาจ้องหน้าจอหนักขึ้นเรื่อยๆ แม้อาการไม่รุนแรงแต่ก็เรื้อรัง และส่งผลต่อการทำงานในระยะยาวได้ ทางที่ดีการป้องกันตัวเองไว้เพื่อสามารถทำงานได้อย่างสุขภาพดีย่อมดีกว่าเป็นไหนๆ

อ้างอิง :

https://www.aoa.org/healthy-eyes/eye-and-vision-conditions/computer-vision-syndrome?sso=y https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC4784392/ https://www.thailandmedical.news/news/computer-vision-syndrome-on-the-rise-among-office-workers

บทความที่เกี่ยวข้อง


ตรวจสุขภาพฟรี แค่มี Max Card ไปกับ “โครง การสถานีสุขภาพ”

#highligh

#highligh

โครงการที่จัดขึ้นโดยร้านยาแมกซ์ฟาร์มาซี ก่อนจะเปลี่ยนชื่อใหม่ เป็น NEXX Pharma ร่วมมือกับโรงพยาบาลมิตรไมตรี เพื่อออก ตรวจสุขภาพให้กับพี่น้องใน 8 ชุมชน

อ่านเพิ่มเติ่ม

ตรวจสุขภาพฟรี แค่มี Max Card ไปกับ “โครง การสถานีสุขภาพ”

#highligh

#highligh

โครงการที่จัดขึ้นโดยร้านยาแมกซ์ฟาร์มาซี ก่อนจะเปลี่ยนชื่อใหม่ เป็น NEXX Pharma ร่วมมือกับโรงพยาบาลมิตรไมตรี เพื่อออก ตรวจสุขภาพให้กับพี่น้องใน 8 ชุมชน

อ่านเพิ่มเติ่ม

ตรวจสุขภาพฟรี แค่มี Max Card ไปกับ “โครง การสถานีสุขภาพ”

#highligh

#highligh

โครงการที่จัดขึ้นโดยร้านยาแมกซ์ฟาร์มาซี ก่อนจะเปลี่ยนชื่อใหม่ เป็น NEXX Pharma ร่วมมือกับโรงพยาบาลมิตรไมตรี เพื่อออก ตรวจสุขภาพให้กับพี่น้องใน 8 ชุมชน

อ่านเพิ่มเติ่ม